Movie-Exotic

Image




"Golem Government"
รัฐบาลหุ่น สัมบูรณ์ประชาธิปไตย
ประเภท : Sci-Fi / Drama
ความยาว : 120 นาที







เนื้อเรื่อง :



ผู้แทนมิอาจเป็นตัวแทนปวงชนได้จริง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หาใช่อย่างที่ปวงประชาหวังไว้ไม่
และรัฐบาลมิอาจไปถึงขีดสุดของประชาธิปไตยที่อาจเป็นจริงได้

และ
ปัญหาอันมิรู้จบเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น
ชนบท เมือง ยากดีมีจน ขัดแย้ง หาจบสิ้น



แล้ว"ประชาธิปไตยที่สัมบูรณ์คืออะไรกันแน่ ?"
ทั้งหมดนี้เป็นคำถาม และปัญหา ที่ถูกถาม ถก และทิ้งไว้เป็นสิ่งที่มิอาจพานพบคำตอบ
กลายเป็นอุดมคติในจินต ที่หาอาจทำได้จริงในโลกปัจจุบัน







จนในที่สุด หลายสิบ ร้อยศตวรรษล่วงเลยผ่านไป
สิ่งที่ดูเป็นคำตอบสำหรับระบอบนี้ แลอุบัติขึ้นจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์
ที่สามารถสร้าง "โกเลม" (Golem) หรือตุ๊กตาหุ่นยนต์ ที่สามารถบรรจุมวลรวมยอดความคิด
แล้วถ่ายทอด ประมวลผลแสดงข้อสรุปออกมาได้

โกเลมดังกล่าว แรกเริ่มถูกใช้ในแง่เดียวกับแบบประเมินผลลัพธ์
โดยการใส่ข้อมูล ชุดความคิดของปักเจกชนแต่ละคนเข้าไป ให้ตัวโปรแกรมสมานจุดร่วม สงวนจุดต่าง
หาผลลัพธ์อันเป็นที่สุด ที่ลงตัวที่สุดจากการสรุปรวบยอดความคิดออกมา ช่วยในการสรุปข้อมูล
และยุติข้อถกเถียง ด้วยการสรุปมติออกมาได้อย่างดีเยี่ยม








ด้วยประโยชน์อันไพศาลของโกเลมนี่เอง ทำให้นักรัฐศาสตร์นาม "มโนสาร" ได้นำเสนอแนวคิดทางรัฐศาสตร์ของตน
มาปรับใช้กับการเมืองการปกครอง ผ่านโกเลมตัวนี้


แนวคิดทางรัฐศาสตร์ของ มโนสาร ชี้ช่องทางการเลือกผู้แทน
ด้วยการแก้ปัญหาที่คนเมืองมิอาจเข้าใจ คนชนบทคิดเห็นต่าง
ด้วยการนำเสนอการเลือกผู้แทนกระทรวงต่างๆ ขึ้นมาจากผู้ดำรงในวิชาชีพนั้นๆ


เหตุดังเช่นกระทรวงศึกษาธิการ ก็อาจหาเลือกโดยการพึงลงคะแนนจากผู้อาจเกี่ยวข้อง
อันได้แก่ คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา เป็นสำคัญเท่านั้น

หากเป็นกระทรวงสารสนเทศ ก็อาจให้ผู้มีสิทธิ์เลือก มาจากผู้ประกอบวิชาชีพแวดวงไอที
เป็นสำคัญ เป็นต้น



และจากสมาชิกที่ถูกคัดมาจากแต่ละกระทรวง ก็มาก่อตั้งเป็นคณะรัฐบาลทำงานร่วมกัน
โดยหามีพรรคการเมืองดำรงอยู่ ก่อกำเนิดการแบ่งแยก แตกพรรค ขยักพวก แต่อย่างใดไม่
และด้วยแนวคิดที่มโนสารพึงนำเสนอนี่เอง ทำให้ตัดปัญหาเรื่องรัฐมนตรีหรือคณะทีมงานกระทรวงดังกล่าว
หามีความ มิเชี่ยวชำนาญการในวิชาชีพของตน หรือมิถูกใจปวงชนในวิชาชีพที่เกี่ยวข้องนั้นไม่

เพราะพี่น้องเกษตรกรเอง ก็ได้ผู้นำกระทรวงที่ตนเข้าใจ เข้าใจตน
ชนชาวเมืองสารสนเทศก็ได้ผู้นำที่เข้าใจวิชาชีพตน
และสามารถขานรับนโยบายที่ตรงกับอุปสงค์อุปทานของพวกตนได้







หากแต่แนวคิดของมโนสารนี่มิอาจถูกทำขึ้นจริงได้จากข้อขัดข้องหลายประการ
จนการมาถึงของ โกเลม ที่ถูกพ่วงความคิด ติดนโยบายดังกล่าว เข้าประสานเข้าไปกับเทคโนโลยีตรงนี้


รัฐบาลในยุคนั้นตอบรับ
และเริ่มนำรูปแบบการเมือง การปกครองใหม่นี้มาใช้ในทันที


คือการจัดตั้งผู้แทนที่หาใช่มนุษย์ต่อแต่อย่างใด
หากเป็นหุ่นอชีวิต หากแต่มีสิทธิ์เสียงให้ลงคะแนนขึ้นเป็นผู้นำกระทรวงต่างๆ
โดยการลงคะแนนที่หาใช่การเลือกบุคคลแล้ว ทำให้การลงคะแนนมิใช่การลงคะแนน
หากแต่เป็นการให้ผู้ที่สังกัดในแวดวงวิชาชีพนั้น มาบรรจุข้อมูลชุดความคิดของตนลงไปในตัวหุ่น

และใช้ประโยชน์จากฟังค์ชั่นการประมวลผลชุดความคิดข้อมูล หาจุดเหมือนร่วม สกัดสงวนจุดต่าง
จนออกเป็นมติ ผลสรุปที่ถูกใจปวงชน และตรงกับความคิดรวมมากที่สุดขึ้นมา

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยดี และหลังจากนั้นไม่นาน บทบาทของคนในแง่การตัดสินใจก็ลดลงไปเรื่อยๆ
พร้อมกับการก่อตั้ง "จีทู" (G2) หรือ "Golem Governemnt" (รัฐบาลหุ่น) ขึ้นมาได้อย่างสัมบูรณ์








ทั้งหมดดูเหมือนไปด้วยดี
มติการประชุมดำเนินอย่างราบรื่น ไร้การคัดค้าน โต้เถียงและสาดโคลนใส่กันอย่างที่เคยเกิดมาในยุคโลกภาวิวัฒน์
ข้อสรุปถูกประเมินผลจากชุดความคิดของปวงชน และนโยบายก็ถูกร่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าตรงกับ
ความต้องการของทุกคน ที่อ้าแขนยอมรับมันอย่างเต็มที่ เพราะความคิดตนมีส่วนใส่ผลักดันให้เป็นจริงขึ้นมา



จนในที่สุด เค้าลางร้ายแฝงแย้มให้อาจแลเห็นสัมผัสได้
ความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้งระหว่างคนเมืองและชนบทดูเหมือนกลับปรากฏอีกครา
หากแต่ในแบบที่แนบเนียนกว่าเดิม และนั่นถูกแสดงออกผ่านทางโกเลมของฝ่ายตน


โกเลมด้านเทคโนโลยี สารสนเทศเริ่มออกนโยบายที่เอาใจคนเมือง ปิดกั้นผู้ใช้
และจำกัดจำเขี่ย เฉพาะผู้มีความรู้เรื่องไอทีมากขึ้น และการบังคับให้ทุกอย่างเป็นไปด้วย