เรื่องจริง

เมื่อแพทย์ทำแท้งกลับใจ

เรื่องจริงจากนิตยสารคาทอลิก “Love One Another”

ก.ครุวรรณ แปล



สโตแจน อะดาเซวิก (Stojan Adasevic) จะไม่มีวันลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ขณะที่เขาเป็นนักศึกษาแพทย์แผนกนรีเวชวิทยา และกำลังจัดเอกสารในห้องซึ่งมีแพทย์กำลังคุยกัน โดยไม่สนใจเขาที่กำลังจัดเอกสารอยู่ในหมู่แพทย์ที่กำลังคุยกันนั้น ดร.ราโด อีญาโตวิก (Radolgnatovic) ได้เล่าถึงคนไข้คนหนึ่งที่มาขอให้ตนช่วยทำแท้งให้ แต่เขาทำไม่สำเร็จ กลุ่มนรีแพทย์ในห้องต่างออกความเห็นในปัญหาที่เกิดขึ้นพอพวกเขาพูดกันมาถึงตอนหนึ่ง ซึ่งสโตแจนฟังแล้วก็รู้สึกตัวแข็งอยู่กับที่ เนื่องจากพวกเขากำลังพูดถึงทันตแพทย์หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยทำงานอยู่ในย่านนั้น เธอเป็นมารดาของเขาเองและเมื่อแพทย์คนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ตอนนี้เธอเสียชีวิตไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทารกคนนั้น” สโตแจนไม่อาจทนฟังได้อีกต่อไปเขาจึงลุกขึ้นและพูดว่า “ผมคือทารกคนนั้นครับ” ทันทีที่พูดออกไปทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ จากนั้นแพทย์แต่ละคนก็ค่อย ๆ เดินออกไปจากห้อง

หลายปีผ่านไป สโตแจน กลายเป็นนายแพทย์ทำแท้งมีฝีมือดีที่สุดในกรุงเบลเกรด (ยูโกสลาเวีย) และมีฝีมือเหนือ ดร.ราโด อีญาโตวิก อาจารย์ผู้สอนเขาด้วย เขาทำแท้งวันละ 20-30 ราย และเคยทำสูงสุดได้ถึง 35 รายในหนึ่งวัน คำนวณได้ว่าเขาทำแท้งไปแล้วประมาณ 48,000-62,000 ราย ในเวลา 26 ปี ตลอดระยะเวลานั้น เขาเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจจากการเรียนและจากตำราว่า การทำแท้งไม่ต่างอะไรกับการผ่าตัดใส้ติ่งอักเสบ ข้อแตกต่างมีเพียงอย่างเดียวคือการผ่าตัดใส้ติ่งอักเสบเป็นการตัดชิ้นส่วนของลำไส้ออกไป ส่วนการทำแท้งคือการเอาเนื้อเยื่อของตัวอ่อนออกไป จนกระทั่งทศวรรษ 1980 ที่วิทยาการด้านอัลตร้าซาวด์เข้ามาในประเทศยูโกสลาเวีย เขาจึงได้เห็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากจอมอนิเตอร์ว่าในครรภ์ของสตรีที่มาทำแท้งนั้นมีตัวอ่อนที่มีชีวิตกำลังดูดนิ้วอยู่และสามารถขยับเขยื้อนแขนขาได้ด้วย ซึ่งบ่อยครั้งเขาได้ใช้คีมคีบออกมาวางไว้บนโต๊ะ เขาพูดถึงวันที่เห็นภาพดังกล่าวว่า “ผมไม่เคยเห็นมาก่อนและนับแต่นั้นมา ผมก็เริ่มมีความฝันแปลก ๆ”



ความฝันของ ดร.อะดาเซวิก

เขาฝันซ้ำ ๆ อยู่ทุกคืนเป็นแรมเดือน ในฝันเขาเห็นตัวเองกำลังเดินอยู่บนสนามหญ้ามีแสงแดดส่องมีดอกไม้สวยงาม อากาศอบอุ่นและน่ารื่นรมย์ แต่เขากลับรู้สึกกังวลทันใดนั้น ก็มีเด็กเล็ก ๆ มากมายวิ่งกรูกันออกมา พวกเขาหัวเราะเบิกบาน และเล่นลูกบอลกันอย่างสนุกสนาน พวกเขามีอายุตั้งแต่ 3-4 ขวบจนถึงประมาณ 20 ปี เขารู้สึกคุ้นหน้าอย่างประหลาดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง และเด็กหญิงอีก 2 คนเมื่อเขาพยายามพูดด้วย เด็กทุกคนก็ส่งเสียงกรีดร้องและวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว เหตุการณ์นี้อยู่ภายใต้สายตาของบุรุษผู้หนึ่งสวมชุดสีดำที่กำลังเฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ



ทุกคืน ดร.อะดาเซวิก ตกใจตื่นและนอนไม่หลับจนถึงเช้า เขาพยายามบำบัดด้วยยาทุกชนิดทั้งสมุนไพรและยาแผนใหม่แต่ไม่เป็นผล อยู่มาคืนหนึ่งเขารู้สึกโมโหมากในความฝัน และเริ่มวิ่งไล่จับเด็ก ๆ เขาจับตัวเด็กคนหนึ่งได้ เด็กร้องตะโกนว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วย อย่าให้ฆาตกรฆ่าหนู!” ตอนนั้นเองบุรุษในชุดดำก็แปลงร่างเป็นนกอินทรีบินโฉบลงมา และคว้าตัวเด็กไปจากมือของเขา เขาตกใจตื่นหัวใจเต้นแรงอากาศในห้องเย็นแต่เขากลับรู้สึกร้อนจนเหงื่อไหลท่วมตัว เช้าวันนั้นเขาตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ แต่ยังพบไม่ได้ทันทีเพราะต้องนัดหมายจองคิว

ก่อนนอนค่ำวันนั้น เขาตั้งใจว่าเขาจะถามบุรุษในฝันว่าเป็นใคร... และเป็นไปตามที่ตั้งใจ บุรุษในฝันตอบเขาว่า “ถึงแม้บอกชื่อให้ ก็คงไม่มีความหมายอะไรกับคุณ” แต่เมื่อเขายืนยันต้องการทราบ บุรุษผู้นั้นจึงตอบว่า “ฉันชื่อโทมัส อะไควนัส”



ซึ่งเป็นชื่อที่ ดร.อะดาเซวิก ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต บุรุษชุดดำจึงพูดต่อไปว่า “ทำไมคุณถึงไม่ถามล่ะว่า เด็กพวกนั้นเป็นใคร คุณจำพวกเขาไม่ได้หรือ?” เมื่อเขาตอบปฏิเสธว่าไม่รู้จักพวกเขา บุรุษผู้นั้นจึงพูดว่า “ไม่จริงหรอก คุณรู้จักพวกเขาดีทีเดียวเลย พวกเขาเป็นเด็ก ๆ ที่คุณฆ่าตอนทำแท้งไง” เขาจึงแย้งว่า “เป็นไปได้อย่างไร เด็กพวกนี้โตแล้วและผมไม่เคยฆ่าเด็กที่คลอดออกมาแล้วแม้แต่คนเดียว” โทมัสจึงตอบว่า “คุณไม่รู้หรือว่าในดินแดนแห่งนี้เด็ก ๆ ยังเติบโตต่อได้” ดร.อะดาเซวิกไม่ยอมแพ้ กล่าวอีกว่า “แต่ผมไม่เคยฆ่าเด็กอายุ 20 ปีเลย” “คุณฆ่าเขาเมื่อ 20 ปีก่อนไงล่ะ ตอนนั้นเขาเพิ่งมีอายุได้ 3 เดือนในท้องของแม่”

ถึงตอนนี้ เขาจึงนึกใบหน้าของเด็กหนุ่มอายุ 20 ปี และเด็กหญิง 2 คนนั้นออก พวกเขามีใบหน้าคล้ายคนรู้จักที่เขาเป็นคนทำแท้งให้ดมื่อ 20 ปีก่อน ส่วนเด็กหญิง 2 คนนั้น เขารู้จักแม่ของทั้งสองดี และแม่ของคนหนึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเขาเอง เมื่อตื่นขึ้นมาเขาจึงตัดสินใจว่าจะเลิกทำแท้งอย่างเด็ดขาด

ผมกำหัวใจที่ยังเต้นได้ไว้ในมือ

ลูกพี่ลูกน้องของเขาคนหนึ่งรอเขาอยู่กับเพื่อนสาว ตอนที่เขาไปถึงโรงพยาบาลเช้าวันนนั้น ทั้งสองมีนัดทำแท้งกับเขา เธอท้องได้สี่เดือนและกำลังจะเอาเด็กออก เขาปฏิเสธอย่างแข็งขัน แต่ก็ถูกรบเร้าจนที่สุดจำยอมตกลงทำเป็นรายสุดท้ายจริง ๆ



บนจอมอนิเตอร์ เขาแลเห็นตัวอ่อนมีนิ้วหัวแม่มืออมอยู่ในปากเขายืดมดลูกให้ตรง และใส่ปากคีบเข้าไป จากนั้นก็คีบบางสิ่งและดึงออกมา เมื่อคลายที่คีบออกวางบนโต๊ะก็เห็นเป็นรูปปลายแขนข้างหนึ่งของตัวอ่อน ซึ่งเผอิญจุดที่วางมีไอโอดีนหยดเลอะอยู่ ทันใดนั้นแขนนั้นก็หดและบิดตัว พยาบาลผู้ช่วยแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะดูคล้ายขากบในห้องทดลอง

ดร.อะดาเซวิก เองก็ตกใจกลัว แต่ก็ต้องทำต่อไป และสอดปากคีบเข้าไปอีก เมื่อคีบได้แล้วก็ดึงออก ครั้งนี้เป็นส่วนขา เขาคิดไว้ก่อนแล้วว่า “จะต้องไม่ให้ไปสัมผัสกับแอลกอฮอล์” แต่ปรากฏว่าพยาบาลผู้ช่วยเกิดทำถาดเครื่องมือหล่น เขาตกใจคลายปากคีบ ทำให้ขาชิ้นนั้นตกลงไปอยู่ข้างแขนชิ้นแรกและทั้งสองส่วนก็ขยับไปมา

พยาบาลไม่เคยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้มาก่อนคือเป็นแขนขามนุษย์ที่ขยับไปมาบนโต๊ะ ดร.อะดาเซวิกจึงตัดสินใจทำลายส่วนที่เหลือในมดลูก และดึงออกมาเป็นก้อนที่มองไม่ออกว่าเป็นอวัยวะส่วนไหน เขาเริ่มบดขยี้ก้อนเนื้องทั้งหมดและเมื่อวางปากคีบลง สิ่งที่เขาเห็นนำมากองรวมกันเป็นรูปหัวใจมนุษย์! หัวใจที่เต้นได้ แต่เต้นอ่อนลงเป็นลำดับและหยุดเต้นในที่สุด ณ บัดนี้เขาทราบแล้วว่าสิ่งที่เขาทำไปคือการฆ่าคน

เขารู้สึกว่าโลกรอบตัวมืดลงและจำไม่ได้ว่าอยู่ในสภาพนั้นนานเท่าใด เขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อมีคนมาดึงแขนของเขา และมีเสียงพยาบาลเรียกด้วยความตกใจกลัวว่า “ดร.อะดาเซวิก! ดร.อะดาเซวิก!” คนไข้ตกเลือด
เขาจึงสวดภาวนาเป็นครั้งแรกด้วยความร้อนรนว่า “พระเจ้าข้า! โปรดช่วยชีวิตหญิงคนนี้ด้วย”

ปกติเขาใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการทำความสะอาดมดลูก แต่ครั้งนี้เขาสอดอุปกรณ์เพียง 2 ครั้งก็สำเร็จ และเมื่อถอดถุงมือออก เขาก็แน่ใจเลยว่าจะไม่มีการทำแท้งให้ผู้ใดอีก



หากแม่ฆ่าลูกของตนเองได้จะมีอะไรเหลืออีก

เมื่อสโตแจนแจ้งการตัดสินใจของตนให้หัวหน้าโรงพยาบาลทราบก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วไปเพราะไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า มีนรีแพทย์ในโรงพยาบาลที่กรุงเบลเกรดปฏิเสธการทำแท้ง

ทุกฝ่ายพุ่งเป้ามาที่เขา เริ่มจากการตัดเงินเดือนเหลือเพียงครึ่งเดียว ลูกสาวถูกไล่ออกจากงาน ลูกชาย ”สอบตก” ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย นอกจากนั้น เขายังถูกสื่อโทรทัศน์และวิทยุโจมตีอย่างหนัก
พวกเขากล่าวหาเขาว่า รัฐบาลสังคมนิยมส่งเขาเรียนวิธีการทำแท้ง และตอนนี้เขากำลังทำลายประเทศของตนอยู่



เขาถูกกลั่นแกล้งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี จนแทบจะประสาทเสีย และเกือบจะต้องร้องไห้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบรรจุตนกลับไปทำหน้าที่ตามเดิมอีกครั้งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าในคืนที่ตัดสินใจนั้นเอง
นักบุญโทมัส อะไควนัส ปรากฏตัวในความฝันของเขาอีกครั้ง ท่านตบไหล่ให้กำลังใจเขาและพูดว่า “ท่านเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน จงสู้ต่อไป” ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ไปแจ้งขอกลับทำหน้าที่เดิมในวันรุ่งขึ้น และต่อสู้ต่อไปเพื่อไม่ให้มีการทำแท้งอีก



บัดนี้เขาเข้าร่วม “ขบวนการส่งเสริมการมีชีวิต” เขาเดินทางไปทั่วสาธารณรัฐเซอร์เบียและบรรยายเรื่องการทำแท้ง
เขาสามารถนำเทปบันทึกเรื่อง “The Silent Scream” ออกในรายการโทรทัศน์ของรัฐ 2 ครั้ง เป็นเรื่องการทำแท้งจริงที่ถ่ายทำจากจอมอนิเตอร์ เมื่อถึงต้นทศวรรษ 1990 หลังจากที่เขาจัดกิจกรรมากมายรณรงค์ต่อต้านการทำแท้งที่สุด รัฐสภาประเทศยูโกสลาเวียก็ออกกฤษฎีกาคุ้มครองสิทธิของผู้ที่ยังไม่ครบกำหนดคลอด ประธานาธิบดีสโลโบดัน ไมโลเซวิก (Slobodan Milosevic) ไม่ยอมลงนามในกฤษฎีกาจากนั้นก็เกิดสงครามในประเทศ และกฤษฎีกาฉบับนี้ถูกระงับไปชั่วคราว

ดร.อะดาเซวิก เชื่อว่าสงครามที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรบอลข่านนั้น น่าจะเป็นเพราะมนุษย์ออกห่างจากพระเจ้า และขาดความเคารพต่อชีวิตมนุษย์

เขาอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเซอร์เบียว่า เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองชีวิตเด็ก ตั้งแต่เด็กเริ่มหายใจเข้าปอดเป็นครั้งแรก พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือกฎหมายคุ้มครองทันทีที่เด็กร้องไห้ ฉะนั้นการทำแท้งจึงเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าตัวอ่อนในครรภ์จะมีอายุถึง 7, 8 หรือ 9 เดือนแล้วก็ตาม นอกจากนั้นทางการจะไม่ใช้คำว่า “แท้งลูก” (miscarriage) ดังนั้นเพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย ข้างเตียงคลอดจึงมีถังใส่น้ำตั้งอยู่ และเมื่อเด็กคลอดออกมาก่อนที่จะมีโอกาสร้องก็มีการนำเด็กไปกดน้ำ นี่คือวิธีการทำแท้งอย่างเป็นทางการที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ เพราะเด็กยังไม่ได้เริ่มหายใจ

ดร.อะดาเซวิก กล่าวอ้างคำพูดของคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตาว่า
“หากแม่สามารถฆ่าลูกของตนเองได้จะมีอะไรเหลืออีกที่จะขัดขวางมิให้คุณหรือฉันฆ่าซึ่งกันและกัน”



ทุกวันนี้การทำแท้งส่วนใหญ่ทำกันในคลินิกเอกชน ซึ่งไม่มีสถิติตัวเลขที่แน่ชัด ประมาณว่าในการตั้งครรภ์ 25 ครั้ง จะมีเด็กที่คลอดจริง ๆ แทบไม่ถึง 1 คน ส่วนอีก 24 ชีวิตถูกทำลายไปก่อนที่จะมีโอกาสหายใจเป็นครั้งแรก


ดร.อะดาเซวิก วิเคราะห์ว่าเป็นเรื่องซับซ้อนมาก อุปกรณ์หรือสารที่ทำให้เกิดการแท้งอย่างเป็นทางการ (abortificacients) เช่น IUD (intrauterine device : อุปกรณ์คุมกำเนิดที่ใช้สอดเข้าไปในมดลูก) และยา RU486 (ชื่อทางการคือ MIFEPRISTONE ทำหน้าที่ไปขวางกั้นฮอร์โมนธรรมชาติ PROGESTERONE ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของครรภ์ เมื่อไม่มีฮอร์โมนนี้ออกมา การตั้งครรภ์ก็สิ้นสุดลง) ดร.อะดาเซวิก ปรึกษาเรื่องนี้กับนักพรตนิกายออร์โธดอกซ์ตะวันออกแห่งเขาเอธอส (Mount Athos) ซึ่งแบ่งการคุมกำเนิดออกเป็น 2 ประเภท คือประเภทบาป และประเภทซาตาน ประเภทบาปคือการกันมิให้มีการพบกันระหว่างไข่และตัวอสุจิ ส่วนประเภทซาตานเป็นการฆ่าตัวอ่อนที่ใช้ IUD หรือใช้ยา RU486 ขดลวดที่ใช้ทำหน้าที่เหมือนคมดาบที่กันมิให้มนุษย์ตัวจิ๋วได้รับอาหารขณะที่อยู่ในครรภ์ซึ่งเป็นการฆ่าชีวิตให้ตายอย่างโหดร้ายในสถานที่ที่มีอาหารอยู่อย่างอุดม



นี่คือสงครามที่แท้จริงระหว่างฝ่ายที่เกิดมาแล้วกับฝ่ายที่ยังไม่เกิดในสงครามนี้ ดร.อะดาเซวิก อยู่ในแนวหน้าทั้ง 3 ครั้ง

ครั้งแรก เขาเป็นฝ่ายที่ยังไม่เกิด ถูกฝ่ายที่เกิดมาแล้วกำหนดให้ตาย แต่เขารอดมาได้
ครั้งที่สอง เขาเป็นฝ่ายที่เกิดมาแล้วและปฏิบัติงานในฐานะผู้ชำนาญการทำแท้ง
และบัดนี้เขาเป็นสาวกของกลุ่มสนับสนุนชีวิต (a pro-lifeapostle) ที่ต่อต้านการทำแท้ง

การมีชีวิตมิใช่เริ่มเมื่อมีลมหายใจครั้งแรก แต่ความเป็นมนุษย์ที่มีชีวิต เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อตัวอสุจิเข้ามาอยู่ร่วมในเซลล์ไข่



ชมคลิปได้ที่นี่

http://www.youtube.com/watch?v=OKmiiV2EZ3Q


แม่พระยุคใหม่ : ฉบับที่ 167 ปีที่ 29 กันยายน – ตุลาคม 2009/2552

www.marymagz.com
www.spcthai.com

เวบภาษาอังกฤษ
http://www.jillstanek.com/archives/2008/11/stojan_adasevic.html#more
http://randyalcorn.blogspot.com/2008/11/renowned-serbian-joins-former.html
http://fmmh.ycdsb.ca/teachers/fmmh_mcmanaman/pages/abo.html

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า T[]T ดีแล้วค่ะที่คุณคิดได้
หวาาาา...
กลับตัวกลับใจได้แล้ว
สงสารเด็กที่ไม่มีโอกาสลืมตาดูโลกเนอะ

#2 By ภรรยาChoi-Top on 2009-10-07 18:21

Hot! Hot! Hot!

อ่านแล้วได้แต่นิ่งครับ

#3 By Zairen_Bibliophobia on 2009-10-07 19:05

พูดไม่ออกครับ ใครที่คิดจะทำแท้ง น่าเอาไปอ่านมาก ๆ Hot!

#4 By นายเวรตะไล on 2009-10-07 19:32

Hot! Hot! Hot!

อ่านแล้ว...พูดอะไรไม่ออกค่ะ
สงสารเด็กที่ถูกทำแท้งไปแล้งมากๆเลย

#5 By YOSHINAKIs on 2009-10-07 21:15

อ่านแล้วก็สงสารเขานะครับ
ถูกปฏิบัติต่อเขาแบบนั้น
ทั้ง ๆ ที่พยายามจะหยุดการทำบาปแท้ ๆ
Hot! Hot! Hot! sad smile

#6 By ISHIMARU L. on 2009-10-07 23:04

ดียิ่งนักที่กลับตัวได้

#7 By mumu on 2009-10-08 00:10

อ่านแล้วซีดเลยครับ TwT

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#8 By Bacon on 2009-10-08 04:20

เนื้อหาน่าสนใจแต่เรื่องนี้ขอโนคอมเม้นท์ค่ะ

#9 By talalan on 2009-10-08 07:49

ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับคำว่ากลับใจ...surprised smile

Hot! Hot! Hot!

#10 By Dawnbringerz on 2009-10-08 07:51

น่าสงสารเด็กๆ

Hot!

#11 By WinwanwoNz on 2009-10-08 08:14

เห็นด้วยกับการต่อต้านการทำแท้งครับ
แต่ขอสนับสนุนการคุมกำเนิด

#12 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-10-08 09:10

เศร้าค่ะ

#13 By MomMom on 2009-10-08 13:45

สู้ต่อไปนะคะดร. !!!! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By Mi~O on 2009-10-08 16:59

สงสารเด็กค่ะ

#15 By ไดโนพรุน on 2009-10-08 17:51

โห ซึ้งมาก T_T

ชีวิต ไม่มีสิทธิ์เลือกเกิดเลยหรือ ?

#16 By อาเหลียง on 2009-10-08 18:02

ส...ส...สุดยอดดดดดดดด

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#17 By มายา [มทิรา~*] on 2009-10-08 18:05

อ่านแล้วอึ้งค่ะ...


พูดไม่ออกเลยจริงๆ
Hot! Hot! Hot! Hot!

สงสารเด็กมากๆ

#18 By walkerotaku★zayo on 2009-10-08 18:25

อ่านแล้วแบบว่า สุดยอดอ่ะคะ
อึ้งเหมือนกันนะคะเนี่ย

Hot! Hot!

#19 By ★+::+@MilY+::+★ on 2009-10-08 18:38

สุดยอดเลยอะ ความฝันนั่น
ดีจังนะที่คิดได้
ถึงตอนที่หัวใจเต้นเเล้วเราเเบบอา...
หดหู่อะHot! Hot! Hot! Hot!

#20 By Riku vincent`` on 2009-10-08 18:50

Hot! Hot! Hot!

ไม่ชอบการทำแท้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เห็นแบบนี้แล้วพูดไม่ออกเหมือนกัน

ดีแล้วล่ะครับที่ยังกลับใจได้

#21 By SILY on 2009-10-08 19:07

พูดไม่ออก เศร้าเเทนเด็กๆ


ดีจังที่คุณหมอกลับตัวได้

Hot! Hot! Hot! Hot!

#22 By **kirakira** on 2009-10-08 19:13

สู้ต่อไปค่ะ แต่เรื่องทำแท้งเด็กนั้นเราค่อนข้างจะเข้าใจเลยทีเดียวจากที่เกิดกับคนไกล้ชิด ถึงจะยังไม่คลอด แต่พวกเขาก็ อยากมีชีวิต

แต่ชีวิตคนเรามีหลายมุม และมันไม่ได้งดงามเสมอไปขอบคุณมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านHot! Hot! Hot! Hot!

#23 By akaru on 2009-10-08 19:20

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#25 By LE'MON on 2009-10-08 19:37

#26 By riddler on 2009-10-08 19:38

ตอนทำล่ะไม่คิด พอได้ผลผลิตออกมา ก็ไปเดือดร้อนเขา ให้ร่วมทำบาปกับตนเอง

Hot!
เยี่ยม Hot!

#28 By Fabulous on 2009-10-08 20:07

อ่านจบเเล้วจะรู้สึกว่า
บอกอารมณ์ไม่ถูกยังไงไม่รู้ค่ะ

อึ้งค่ะอึ้ง
Hot! Hot! Hot!

#29 By lllmukoilll on 2009-10-08 20:11

อ่านแล้วสงสารเด็กมาก Hot! Hot! Hot! Hot!

#30 By Cotton on 2009-10-08 20:14

เราไม่ค่อยจะได้อดทนอ่านอะไรยาวขนาดนี้เลยนะเนี่ย

เป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะHot! Hot! Hot!

#31 By I - P i x ~ * on 2009-10-08 20:14

สาธุการแด่พระผู้เป็นเจ้าผู้เมตตา อาเมนbig smile

ขอแสดงความยินดีกับดร. สโตเจน อะดาเซวิกด้วยครับ ที่กลับใจได้ ได้บัตรผ่านเข้าสวรรค์แล้วนะ confused smile

พยายามต่อไปครับ ดร.


ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องดีๆมาให้อ่านกันครับ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#32 By The X of Monochrome Night on 2009-10-08 20:26

มนุษยชาติจะเป็นผู้ตอบคำถามนี้ตลอดไป

#33 By pakazite on 2009-10-08 20:28

Hot! ป็นบทความที่ดีมากมายค่ะ

#34 By Tropical on 2009-10-08 20:40

ดีแล้วค่ะ...ที่คิดได้เนอะ..

แม่แต่ละคนนี่ก็เหลือเกิน

#35 By Magaret Literary on 2009-10-08 20:52

ดีใจที่ ดร. กลับใจได้ค่ะ TTwTT

ให้ดาวค่ะ ^^
Hot!

#36 By :: KateBuster :: 6918 ADDICTION on 2009-10-08 21:13

น่าสงสารจังคับ แต่ก็ดีแล้ว ที่กลับตัวกลับใจ

เส้า

#37 By siamvervip on 2009-10-08 21:33

Hot! Hot! Hot! Hot!
พูดไม่ออกเช่นกัน
โลกนี้นี่มันอะไรกันนะ

#38 By amberry on 2009-10-08 21:34

ดีจังเลยที่กลับใจได้

คนเราถ้ากลับตัวได้ สังคมก็ควรที่จะให้โอกาส
ไม่ใช่ปิดกั้นเขา เป็นบทความที่ดีมากๆ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#39 By Xilver on 2009-10-08 21:42

เย้ พี่ลิงได้ฮอต open-mounthed smile
เป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ

อยากให้คนได้อ่านเยอะๆเลยค่ะHot! Hot! Hot!

#41 By Suzakuchan on 2009-10-08 21:57

ทางที่ดีที่สุดที่จะป้องกันการทำแท็งค์คือ
อย่ามีเซ็กส์ ถ้ายังไม่พร้อม
เยี่ยมมากค่ะ ส่งเสริมเอนทรี่ดีๆแบบนี้
ปรบมือเปาะแปะๆconfused smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#43 By Chocolate Emotion on 2009-10-08 22:09

Hot! Hot!
พูดไม่ออกเลยค่ะ เราก็เป็นผู้หญิง
แล้วก็ได้เรียนเกี่ยวกับเด็กในครรภ์

“หากแม่สามารถฆ่าลูกของตนเองได้จะมีอะไรเหลืออีกที่จะขัดขวางมิให้คุณหรือฉันฆ่าซึ่งกันและกัน”

ชอบคำนี้มากจริงๆ

#44 By ファイ。 on 2009-10-08 22:17

น่าสงสารจังครับ...

#45 By tongg on 2009-10-08 23:26

ตอนที่อ่านถึงเรื่องหัวใจเต้นนี่ขนลุกซู่ไปหมดเลยค่ะ กึ่งกลัวกึ่งอยากร้องไห้
รู้สึกอยากหยุดอ่านแบบดื้อๆเลย

ตอนเรียนวิชาชีววิทยา ว่าด้วยเรื่องชีวจริยธรรม อาจารย์เคยเอาคลิปทำแท้งของเมืองนอกมาให้ดู
จำได้ว่าเพื่อนวิ่งออกไปนอกห้องสามคน ส่วนเกือบครึ่งกำลังจะเป็นลม
ตัวฉันเองก็ดูไม่ไหว ต้องถอดแว่นสายตาออกแล้วเอามืออุดหู
การได้เห็นสภาพแบบนั้นมันแย่มาก แล้วฉันก็คิดไม่ออกเลยด้วยว่า ตอนที่คุณหมอท่านนั้นทำเคสสุดท้าย ท่านรู้สึกอย่างไร

แต่ดีใจค่ะ ที่ได้อ่านบทความนี้ แล้วก็ยินดีกับคุณหมออะดาเซวิกที่เป็นแกนนำในการต่อต้านการทำแท้ง
ชีวิตทุกชีวิตมาค่าพอเสมอที่จะเกิดขึ้นมา

ชอบคำพูดของคุณแม่เทเรซามากๆค่ะ ถ้าเกิดว่าคนคนนึงสามารถฆ่าสายเลือดของตัวเองได้ งั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรกับเรื่องของคนที่ฆ่าสิ่งที่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับตัวเองแล้วล่ะค่ะ

#46 By Meiyo on 2009-10-08 23:28

โอ้ กินใจมากเลยค่ะ

#47 By @vitch on 2009-10-09 03:17

อ่านแล้วสะเทือนใจจริงๆค่ะHot!

#48 By Garnet on 2009-10-09 03:46

ขอบคุณทุกท่านมากครับ open-mounthed smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ดีแล้วที่คิดได้