ในประเทศเปรูมีงานเทศกาลอันโด่งดังประจำปี ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม-สัปดาห์แรกของเดือนเมษายน คืองานแห่พระรูปพระเยซูคริสต์ที่พวกเขาเรียกว่า Senor de los Temblores หรือ The Lord of the Earthquakes (องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งแผ่นดินไหว)






เดิมประเทศเปรู มีชนพื้นเมืองชาวอินคา และนับถือพระอาทิตย์ และมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า พวกเขาสืบเชื้อสายมาจากสุริยเทพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กษัตริย์ชาวอินคานั้น ถือว่าเป็นหน่อเนื้อโดยตรงของสุริยเทพ เทวสถานที่สำคัญที่สุดของอินคาก็คือ วิหารสุริยันที่สร้างบูชาองค์สุริยเทพนั่นเอง เมืองของอินคาทุกเมืองจะมีวิหารสุริยันอยู่





หลังจากสเปนเข้ามา ก็นำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเข้ามาด้วย ในช่วงศตวรรษที่ 16-17 มีการสร้างโบสถ์ สร้างวิหารของศาสนาคริสต์ขึ้นมามากมาย


จัตุรัสกลางคุซโก(Cusco)มีมหาวิหาร (La Cathedral) และโบสถ์คอมพาเนีย (La Compania) จัตุรัสแห่งนี้เดิมเรียกว่า จัตุรัสอวนไกย์ปาตามีไว้ใช้จัดงานสำคัญทางศาสนาและทางทหาร เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี1559 และใช้เวลาเกือบร้อยปีถึงจะสร้างสำเร็จมหาวิหารแห่งนี้ประกอบด้วยโบสถ์อยู่ทางด้านขวาซึ่งเป็นโบสถ์เก่าที่สุดในคุซโก ส่วนโบสถ์แม่พระอยู่ทางด้านซ้าย เดิมทีมหาวิหารประจำเมืองเคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์อินคามาก่อน หน้าตาถอดเค้าไปทางเรเนซองส์





ทางขวาของวิหารคือโบสถ์อีกแห่งที่เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะที่สเปนมีชัยเหนือชาวอินคา มหาวิหารแห่งนี้นับว่าเป็นแหล่งรวบรวมศิลปะในยุคอาณานิคมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองและที่สำคัญ เป็นที่ประดิษฐ์สถาน ภาพ The Lord of the Earthquakes หรือ Senor de los Temblores เป็นภาพสีน้ำมันพระเยซูคริสต์ถูกตรึงไม้กางเขน สภาพอาจจะดูหม่นๆดำๆ ไปหน่อย เพราะถูกควันเทียนจากบรรดาผู้ที่แห่เข้าไปสักการบูชา





ที่ชาวอินคาเรียกขานกันแบบนั้นสืบเนื่องมาจาก ราวปี 1650 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคุซโกแถมเกิดขึ้นหลายระลอกและกินเวลานาน ยามนั้นชาวอาณาจักรอินคาที่เพิ่งเปลี่ยนศาสนา จากศาสนาบูชายัญมนุษย์เพื่อเอาใจเทพเจ้าเพื่อให้ภัยธรรมชาติสงบ มาเป็นศาสนา ที่มีพระเจ้ามาเป็นลูกแกะบูชายัญนิรันดร์เพื่อพวกเขาแล้ว





พวกเขาจึงพากันไปอธิษฐานกับพระเยซูคริสต์และถวายดอกไม้สดที่พระรูปทุกวัน และแล้วแผ่นดินไหวก็สงบลง คนทั่วไปคงจะคิดว่าเป็นความบังเอิญ แต่ชาวเมืองกุสโก้เชื่อว่าเป็นการอัศจรรย์จากพระเจ้าที่พวกเขาเพิ่งรับเชื่อพระองค์นี้ พระพร และปาฏิหาริย์ที่ประทานให้เพียงเพราะเขามีความเชื่อในพระองค์ โดยพวกอินคาไม่ต้องฆ่าเพื่อนมนุษย์เพื่อเอาใจทวยเทพให้ภัยสงบอีกแล้ว





เหตุการณ์นี้คงเป็นความทรงจำที่เลวร้ายมาก ดูจากภาพวาดที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ บรรยายถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้น ชาวเมืองพากันเดินไปรอบจัตุรัส มือถือไม้กางเขน ปากก็สวดวิงวอนให้สถานการณ์แผ่นดินไหวสงบลง แต่เหตุการณ์นี้ ก็ทำให้ลูกหลานของอาณาจักรอินคา เชื่อว่าเป็นพลังปาฏิหาริย์ของ The Lord of the Earthquakes ที่ช่วยให้อาณาจักรอินคารอดพ้นจากภัยธรรมชาติมาได้





นอกจากนี้ ทั้งเมืองกุสโก้ ล้วนแต่มีภาพที่วาดเลียนแบบ The Lord of the Earthquakes อยู่ทุกวัด และทุกสถานที่สำคัญ และยังมีงานประจำปี ที่แห่รูปปั้นที่จำลองจากภาพวาดของพระคริสต์ผู้ช่วยเหลือพวกเขาจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นพระเยซูคริสต์ผิวสีดำที่พวกเขาเรียกว่า El Negrito เพื่อเตือนถึงลูกหลานว่า พระเยซูคริสต์องค์นี้คือผู้ที่ช่วยพวกเขาให้รอดอย่างแท้จริง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สีมันดูน่ากลัวจัง
รู้จักเมืองนี้มานานแล้ว แต่พึ่งรู้ตำนานนี้ครั้งแรก
ขอบคุณที่ให้ความรู้นะครับ

ป.ล. เดิมก็ชอบเมืองนี้อยู่แล้ว เห็นบรรยากาศแบบนี้ยิ่งสนใจมากขึ้นอีกbig smile

#2 By โคค่อน on 2009-09-08 12:47

เห็นหัวหน้าเวป แค่บูชา นึกว่าจะบูชา Lord of the ลิง ซะอีก open-mounthed smile
งานดูยิ่งใหญ่มากนะ.. big smile

#4 By MomMom on 2009-09-08 17:05

มันให้ความรู้สึกน่าสะพรึงกลัวเมื่อมองรูปปั้นของพระเยชู
กับสีแดงที่แต่งแต้มบนนั้นมาก

#5 By ISHIMARU L. on 2009-09-08 21:58